4 สายพันธุ์สำคัญใน Probionic X

LGG (Lactobacillus rhamnosus GG)

ยึดเกาะเก่งด้วย Pili: มีโครงสร้างเส้นใยขนาดเล็ก (Pili) บนผิวเซลล์ ทำหน้าที่เหมือนสมอช่วยเกาะติดเยื่อบุลำไส้ได้แน่น ไม่ถูกชะล้างง่าย

ความทนทานสูง: สามารถทนต่อสภาวะกรดในกระเพาะอาหารและน้ำดีได้ดี

งานวิจัยรองรับแน่น: มีงานวิจัยทางคลินิกในมนุษย์สนับสนุนมากกว่า 300 ฉบับ

ประโยชน์หลัก: เด่นด้านการเสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินหายใจ ลดอาการท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะ และช่วยซ่อมแซมผนังลำไส้เพื่อลดภาวะลำไส้รั่ว

LA14 (Lactobacillus acidophilus)

ดูแลสมดุลจุลินทรีย์และสุขภาพสตรี: เน้นการสร้างสมดุลทั้งในระบบทางเดินอาหารและระบบสืบพันธุ์ของหญิงสาว

ฟื้นฟูจุลินทรีย์ในช่องคลอด: ช่วยเพิ่มจำนวนแลคโตบาซิลลัส ลดโอกาสการเกิดภาวะช่องคลอดเสียสมดุลและการกลับมาเป็นซ้ำ

ลดการอักเสบ: มีฤทธิ์ช่วยลดการหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกาย

BB536 (Bifidobacterium longum)

การศึกษาต่อเนื่องยาวนาน: เป็นสายพันธุ์ระดับสากลที่มีข้อมูลวิจัยทางคลินิกรองรับมานานกว่า 20 ปี

โดดเด่นเรื่องบรรเทาภูมิแพ้: ช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน และลดอาการตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น อาการจาม น้ำมูกไหล หรือคัดจมูก

เสริมความแข็งแรงของลำไส้: เสริมสร้างปราการเยื่อบุลำไส้ (Gut Barrier) ป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย และช่วยเรื่องการขับถ่ายในผู้สูงอายุ

HN019 (Bifidobacterium animalis subsp. lactis)

ผู้เชี่ยวชาญระบบขับถ่าย: เป็นสายพันธุ์ที่มีงานวิจัยเฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาการขับถ่ายและภาวะท้องผูกเรื้อรัง

ลดระยะเวลาตกค้างของเสีย: ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เพิ่มความถี่ในการถ่าย ลดอาการแน่นท้องและท้องอืด

กระตุ้นภูมิคุ้มกันและสุขภาพช่องปาก: สนับสนุนการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ (NK Cells) รวมถึงลดการอักเสบของเหงือกและปรับสมดุลจุลินทรีย์ในช่องปาก